ข้อแนะนำความงามสำหรับการบำรุงผิว
ผิวหนังจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร? มันจะแตกต่างอย่างไรหากคุณไม่ได้เช็ดล้างเครื่องสำอางออก? หากคุณชอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบล้างน้ำออก ผลิตภัณฑ์ใดของลังโคมที่เหมาะกับคุณ? หากคุณชอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในรูปแบบน้ำนม ผลิตภัณฑ์ใดของลังโคมที่เหมาะกับคุณ? คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะหรือไม่? โทนเนอร์จำเป็นหรือไม่? หากคุณไม่ได้แต่งหน้าในตอนเช้า คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอางหรือไม่? ทำไมคุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวในช่วงเช้า? คุณควรใช้น้ำล้างผลิตภัณฑ์น้ำนมออกหรือไม่? ผิวทุกประเภทจำเป็นต้องได้รับความชุ่มชื้นหรือไม่? โปรแกรมสำหรับผลิตภัณฑ์มอบความชุ่มชื้นของลังโคมใดที่เหมาะกับคุณ? หลังจากวันที่เคร่งเครียดหรือการอดหลับอดนอน ในบางครั้งผิวหน้าของคุณดูแห้งตึง ทำให้ผิวหน้าบอบบางเกินไปสำหรับการใช้เครื่องสำอาง เป็นเพราะเหตุใด? หากคุณใช้รองพื้นที่มีส่วนผสมของการบำรุงแล้ว คุณจำเป็นต้องใช้ครีมบำรุงผิวหรือไม่? การใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีดพรมลงบนผิวเป็นการให้ความชุ่มชื้นกับผิวใช่หรือไม่? ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอางส่งผลเสียต่อดวงตาของคุณหรือไม่? คุณควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับรอบดวงตาบนพื้นฐานเดียวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าหรือไม่? ผิวรอบดวงตาของคุณต้องการการบำรุงเป็นพิเศษหรือไม่? คุณสามารถใช้ครีมบำรุงผิวหน้ากับบริเวณรอบดวงตาได้หรือไม่? คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ใดก่อน ระหว่างผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าและผลิตภัณฑ์สำหรับรอบดวงตา? อะไรเป็นสาเหตุของรอยหมองคล้ำใต้ตา? คุณมีผิวมันแต่บางครั้งก็เกิดจุดด่างดำ คุณควรทำอย่างไร? การใช้ครีมบำรุงผิวจะทำให้ผิวหน้ามันของคุณยิ่งมันวาวขึ้นหรือไม่? ผิวหน้าทุกประเภทใช้ระยะเวลาในการเกิดริ้วรอยเหมือนกันหรือไม่?
ผิวหนังจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร?

ผิวหนังเป็นอวัยวะที่ปกคลุมร่างกายและช่วยปกป้องเราจากโลกภายนอก อีกทั้งยังเป็นส่วนเชื่อมต่อระหว่างตัวเรากับโลก โดยเฉพาะการเชื่อมต่อผ่านการสัมผัส ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วผิวหนังจะมีพื้นที่ประมาณ1.7 ตารางเมตร และหนักประมาณ 3 กิโลกรัม

ผิวหนังประกอบไปด้วย 2 ชั้นสำคัญ:
- ชั้นเดอร์มิส เป็นชั้นที่ลึกของผิวหนัง หนาประมาณ 1-2 มม. ทำหน้าที่ส่งผ่านสารอาหารไปยังชั้นเอพิเดอร์มิสและเป็นแหล่งที่มีโครงสร้างของระบบอันซับซ้อน เซลล์ในชั้นนี้ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนและเส้นใยอิลาสตินที่มีส่วนทำให้ผิวกระชับ เต่งตึง และยืดหยุ่นได้
- ชั้นเอพิเดอร์มิส เป็นผิวหนังชั้นบนที่มีการสร้างขึ้นใหม่อย่างสม่ำเสมอ มีความหนาประมาณ 0.2 มม. โดยทำหน้าที่หลักในการทดแทนการสร้างเซลล์ในชั้นสตราตั้ม คอร์นีอัม ซึ่งเป็นชั้นผิวของเซลล์ที่ตายแล้ว และถือเป็นชั้นปราการด่านสุดท้ายที่ติดต่อกับภายนอก

มันจะแตกต่างอย่างไรหากคุณไม่ได้เช็ดล้างเครื่องสำอางออก?

แน่นอนล่ะ! มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ใกล้วันสิ้นโลกหากคุณเพียงแค่เผลอเข้านอนไปโดยไม่ได้ล้างเครื่องสำอาง แต่ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอางก็มีความสำคัญประหนึ่งเกียวกับการแปรงฟันก่อนเข้านอน จริงๆ แล้วเราควรพูดถึง "การเช็ดล้างเครื่องสำอางและการทำความสะอาดผิว" ที่จริงแล้วในช่วงเย็นการเช็ดล้างเครื่องสำอางก็เหมือนกับการปลดปล่อยผิวหน้าของคุณให้เป็นอิสระไม่เพียงแต่จากเครื่องสำอางทั้งหลายแต่ยังรวมถึงมลภาวะ ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกต่างๆ เพื่อช่วยลดความตึงเครียดและความเหนื่อยล้า และที่สำคัญคุณไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวโดยปราศจากการเช็ดล้างเครื่องสำอางทั้งในตอนเช้าและก่อนนอน เพราะนอกจากจะเป็นการสั่งสมสิ่งสกปรกแล้วยังจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของสารสำคัญต่างๆ ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวลดลง

จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณไม่ได้เช็ดล้างเครื่องสำอางในขั้นตอนดูแลผิวหน้าประจำวันของคุณ? ผิวของคุณจะค่อยๆ สั่งสม "สิ่งสกปรก" ทำให้ผิวค่อยๆ หม่นหมองและเป็นตัวการในการเกิดจุดด่างดำ ยิ่งไปกว่านั้นคุณควรระลึกไว้ว่าการทำความสะอาดยังสามารถช่วยลดเลือนความหมองคล้ำของผิวได้ด้วย

หากคุณชอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบล้างน้ำออก ผลิตภัณฑ์ใดของลังโคมที่เหมาะกับคุณ?

หากคุณชอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในรูปแบบโฟม ก่อนอื่นคุณเพียงแค่ผสมน้ำสะอาดลงบนเนื้อโฟม คลึงให้เกิดฟองก่อนแล้วจึงทำความสะอาดผิว แล้วคุณจะรู้ว่าการล้างหน้าด้วยโฟมให้หมดจดนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากเลยทีเดียว

- MOUSSE ECLAT และ GEL ECLAT เป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแบบล้างออกด้วยน้ำที่อ่อนโยน ทว่าสามารถเช็ดล้างเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด เหมาะสำหรับผิวธรรมดา
- MOUSSE CONFORT โฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนเหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวบอบบางแพ้ง่าย

หากคุณชอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในรูปแบบน้ำนม ผลิตภัณฑ์ใดของลังโคมที่เหมาะกับคุณ?

แน่นอนล่ะ คุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์น้ำนมทำความสะอาดผิวด้วยการใช้สำลีหากแต่คุณน่าจะลองใช้นิ้วมือในการนวดคลึงผลิตภัณฑ์น้ำนมลงบนผิวหน้าที่ให้ผลลัพธ์ในการทำความสะอาดไม่แพ้กัน เพียงแค่กดผลิตภัณฑ์น้ำนม 2 ครั้ง วอร์มด้วยฝ่ามือเพื่อให้เกิดอุณหภูมิที่เหมาะสมก่อนที่จะลงมือนวดคลึงบนผิวหน้าแล้วจึงใช้สำลีหรือกระดาษทิชชู่เช็ดออก ก่อนจะทำความสะอาดด้วยโฟมอีกครั้ง

- GALATÉIS DOUCEUR: น้ำนมทำความสะอาดเข้มข้น สามารถเช็ดล้างเครื่องสำอางและคราบสกปรกได้หมดจด เหมะกับผิวธรรมดา
- GALATÉIS CONFORT: น้ำนมทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน ทว่าเช็ดล้างเครื่องสำอางได้หมดจด เหมาะสำหรับผิวแห้งและผิวแพ้ง่าย

คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะหรือไม่?

ใช่แล้ว คุณควรจะใช้ "ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับผิวรอบดวงตา" โดยเฉพาะ เพราะว่าน้ำนม เจล หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่นๆ อาจจะไม่อ่อนโยนพอสำหรับผิวบริเวณนั้น

โทนเนอร์จำเป็นหรือไม่?

ถูกต้อง เพราะในทุกวันนี้โทนเนอร์ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและเช็ดล้างเครื่องสำอางเท่านั้น ทว่ายังทำหน้าที่บำรุงผิวและเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการบำรุงผิวในขั้นตอนต่อไป

- TONIQUE ÉCLAT: โทนเนอร์อ่อนโยนเหมาะสำหรับผิวธรรมดาและผิวผสม
- TONIQUE DOUCEUR: โทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์เหมาะสำหรับผิวธรรมดและผิวแห้ง
- TONIQUE CONFORT: โทนเนอร์ที่อ่อนโยนเหมาะสำหรับผิวแห้ง

หากคุณไม่ได้แต่งหน้าในตอนเช้า คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอางหรือไม่?

ใช่แล้ว เพราะว่าผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอางไม่เพียงแต่ใช้เพื่อลบเครื่องสำอางเท่านั้น หากยังทำความสะอาดให้ผิวคุณดูหมดจดได้ด้วย

ทำไมคุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวในช่วงเช้า?

แน่นอนล่ะในตอนเช้าคุณไม่ได้กำลังเช็ดล้างเครื่องสำอางออก จริงๆ แล้วคุณเพียงแต่ต้องทำความสะอาดผิว เพราะถึงแม้ว่าคุณจะเช็ดล้างเครื่องสำอางออกแล้วในช่วงก่อนนอน แต่สิ่งสกปรกและสารคัดหลั่งได้ถูกสะสมในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา

คุณควรใช้น้ำล้างผลิตภัณฑ์น้ำนมออกหรือไม่?

ใช่แล้ว คุณควรใช้โทนเนอร์เป็นประจำเพื่อลดการเกิดความหมองคล้ำของผิว

ผิวทุกประเภทจำเป็นต้องได้รับความชุ่มชื้นหรือไม่?

ถูกต้อง คุณควรระลึกไว้เสมอว่าน้ำเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกายถึง 70% ผิวเองก็เช่นกัน ผิวของเราจะมีความชุ่มชื้นอยู่แล้วตามธรรมชาติ หากแต่ในแต่ละวันเราต้องเผชิญกับลม ควันรถ ไอเสียจากโรงงาน รังสียูวี ความร้อน อากาศหนาว และความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ และที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ อายุที่เพิ่มขึ้น น้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญในการชดเชยกับการสูญเสียจากปัจจัยต่างๆ เหล่านั้น

ผิวเองก็ต้องการน้ำ ไม่เช่นนั้นผิวก็จะดูหมองคล้ำและเกิดริ้วรอย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่มีการพัฒนาครีมบำรุงผิว และเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมผิวจึงต้องการปริมาณครีมที่เหมาะสมในแต่ละวัน

การให้ความชุ่มชื้นกับผิวนั้นไม่เพียงเท่านั้นแต่ยังช่วยทำให้:
- ผิวนุ่มนวลขึ้น: ผิวที่ชุ่มชื้นส่งผลต่อความมีสุขภาพดี
- คงความอ่อนเยาว์: ผิวที่ชุ่มชื้นจะมีความแข็งแรงกว่าและความสามารถในการปกป้องได้ดีกว่า

โปรแกรมสำหรับผลิตภัณฑ์มอบความชุ่มชื้นของลังโคมใดที่เหมาะกับคุณ?

เมื่อคุณรู้สึกกระหายน้ำ คุณไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มชนิดเดียวกับเพื่อนๆ ของคุณ เช่นเดียวกันครีมบำรุงผิวก็ควรได้รับการพิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล

ผิวธรรมดาหรือผิวผสม?
ผิวมัน?
ผิวแห้ง?

หลังจากวันที่เคร่งเครียดหรือการอดหลับอดนอน ในบางครั้งผิวหน้าของคุณดูแห้งตึง ทำให้ผิวหน้าบอบบางเกินไปสำหรับการใช้เครื่องสำอาง เป็นเพราะเหตุใด?

นอกเหนือจากปัจจัยภายนอก อาทิ ความแตกต่างของอุณหภูมิ มลภาวะ และการสูญเสียความชุ่มชื้น ปัจจัยทางจิตวิทยา (เช่น การอดนอน ความวิตกกังวล ความอ่อนล้า และความเครียด) ก็มีผลต่อความมีสุขภาพดีของผิวเช่นกัน ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ส่งผลต่อความแห้งตึง ความไม่สบายผิว และรอยแดงในบางครั้ง ผลเสียเหล่านี้เกิดจากปลายประสาทที่ถูกรบกวนมากเกินไป และความต้องการในการผ่อนคลายเพื่อความสบายของผิว

หากคุณใช้รองพื้นที่มีส่วนผสมของการบำรุงแล้ว คุณจำเป็นต้องใช้ครีมบำรุงผิวหรือไม่?

แน่นอน ถึงมันไม่ได้เป็นเรื่องจริงจังขนาดนั้นหากคุณจะหลงลืมในบางครั้งเพราะรองพื้นเองก็มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวเช่นกัน
อย่างไรก็ตามผิวเองก็ยังคงต้องการการบำรุงที่ล้ำลึก จริงๆ แล้วการใช้ครีมบำรุงผิวร่วมกับรองพื้นเป็นประจำทุกวันจะช่วงส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกัน โดยการเว้นช่วงเวลาสักพักหลังการทาครีมบำรุงผิวเพื่อให้มั่นใจได้ว่าครีมได้ซึมซามสู่ผิวแล้วก่อนที่จะลงรองพื้น

การใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีดพรมลงบนผิวเป็นการให้ความชุ่มชื้นกับผิวใช่หรือไม่?

ไม่ คุณเพียงแค่คืนความชุ่มชื้นสู่ผิวชั้นบนและทำให้คุณรู้สึกเย็นสบายเมื่อคุณรู้สึกร้อนเท่านั้น แต่บอกตามตรงว่าครีมบำรุงผิวจะคงความชุ่มชื้นอย่างแท้จริงให้กับผิวได้ยาวนานกว่า

ผลิตภัณฑ์เช็ดล้างเครื่องสำอางส่งผลเสียต่อดวงตาของคุณหรือไม่?

ในทางตรงกันข้าม หากคุณเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม สำหรับผลิตภัณฑ์แต่งหน้าแบบกันน้ำ เรามี Bi-Facil เป็นคำตอบ หรือหากคุณต้องการปลดปล่อยความอ่อนล้ารอบดวงตา Effacil เป็นโลชั่นที่ให้ความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

คุณควรเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับรอบดวงตาบนพื้นฐานเดียวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าหรือไม่?

ในทางทฎษฎี ใช่ เพราะหากผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าของคุณตรงกับความต้องการและความชอบของคุณแล้ว คุณก็ควรจะเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับรอบดวงตาที่ใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าของคุณเช่นเกียวกัน

ผิวรอบดวงตาของคุณต้องการการบำรุงเป็นพิเศษหรือไม่?

ใช่ ลองมองเข้าไปในดวงตาของคุณดูสิ คุณเห็นอะไร? ผิวที่บอบบางเป็นพิเศษ เพราะผิวบริเวณรอบดวงตามีความบาง 5 ถึง10 เท่าของผิวส่วนอื่นบนใบหน้า อีกทั้งยังมีน้ำหล่อเลี้ยงน้อยกว่าผิวส่วนอื่นๆ ด้วย เป็นเพราะว่าบริเวณรอบดวงตามีท่อน้ำเหลืองและหลอดเลือดที่บางกว่าและน้อยกว่า และยิ่งไปกว่านั้นเรายังใช้งานดวงตาของเราเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการขยี้ตา การหัวเราะ และการร้องไห้

ดังนั้นไม่เพียงแค่ผิวบริเวณนี้จะละเอียดอ่อน แต่เราเองก็ใช้งานดวงตาเรามากพอสมควร นอกจากนี้ดวงตายังเป็นอวัยวะที่บ่งบอกถึงสัญญาณแห่งวัย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย ความเหี่ยวย่น แต่รวมถึงความหมองคล้ำและรอยบวมใต้ตา เพราะฉะนั้นการดูแลผิวรอบดวงตาจึงควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

คุณสามารถใช้ครีมบำรุงผิวหน้ากับบริเวณรอบดวงตาได้หรือไม่?

ไม่ ครีมบำรุงผิวบางครั้งมีส่วนผสมที่เข้มข้นเกินกว่าที่จะใช้กับผิวบริเวณรอบดวงตา ดังนั้นเราแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ

คุณควรใช้ผลิตภัณฑ์ใดก่อน ระหว่างผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าและผลิตภัณฑ์สำหรับรอบดวงตา?

จริงๆ มันไม่สำคัญว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ใดก่อนหลังเพราะคุณไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ส่วนลงในบริเวณเดียวกัน แต่มันอาจจะง่ายกว่าถ้าคุณใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับรอบดวงตาก่อนการบำรุงผิวหน้า

อะไรเป็นสาเหตุของรอยหมองคล้ำใต้ตา?


3 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรอยหมองคล้ำใต้ตา ได้แก่
1. การใหลเวียนโลหิตรอบดวงตาเป็นไปด้วยความล่าช้า ส่งผลให้ใต้ตาเป็นสีสีน้ำเงิน-ดำ
2. ผิวบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางกว่าผิวส่วนอื่นๆ บนใบหน้า จึงทำให้การใหลเวียนโลหิตมองเห็นได้ชัดกว่าจึงทำให้เกิดเงาสีน้ำเงิน-ดำ
3. ในบางคนมีรอยคล้ำใต้ตาอันเนื่องมาจากการผลิตเม็ดสีในบริเวณนั้นมากจนเกินไป

คุณมีผิวมันแต่บางครั้งก็เกิดจุดด่างดำ คุณควรทำอย่างไร?

ผิวมันไม่ได้เป็นปัญหาที่น่าหนักอกหนักใจขนาดนั้น เพียงแต่คุณควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่มีผิวหน้ามันโดยเฉพาะ

การใช้ครีมบำรุงผิวจะทำให้ผิวหน้ามันของคุณยิ่งมันวาวขึ้นหรือไม่?

ไม่ ปัจจุบันนี้มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในรูปแบบฟลูอิดที่หลีกเลี่ยงการเกิดความมันวาว นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบา ให้ความรู้สึกสดชื่น และไม่ทิ้งคราบมันวาวบนใบหน้าของคุณ

ผิวหน้าทุกประเภทใช้ระยะเวลาในการเกิดริ้วรอยเหมือนกันหรือไม่?

เราได้รับคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญของลังโคมว่า
คำตอบคือ ไม่ เพราะว่าการเกิดริ้วรอยแห่งวัยเป็นผลมาจาก 2 ตัวการสำคัญ ปัจจัยแรกคือการเติบโตตามวัย ซึ่งเป็นผลมาจากยีนอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในช่วงอายุประมาณ 30 ปี ผู้หญิงบางคนอาจมีใบหน้าที่ดูสูงวัยเกินกว่าที่เป็นจริง นั่นเป็นเหตุที่ว่าทำไมเราถึงมองเห็นหน้าของตัวเองได้ในอนาคตจากการเดาใบหน้าของคุณแม่ของเรา
อีกปัจจัยหนึ่งคือริ้วรอยที่เกิดจากการกระทำของตนเอง
นี่เป็นข่าวดีที่ว่าในทุกวันนี้เครื่องสำอางสามารถรับมือกับตัวการนี้ได้เป็นอย่างดี ผลลัพธ์ก็ขึ้นอยู่กับวิถีการดำเนินชีวิตและสิ่งแวดล้อม เราสามารถปกป้องผิวเป็นประจำด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและการไม่ปะทะกับแสงแดดนานเกินไปเพื่อคงความอ่อนเยาว์ไว้ให้นานขึ้น

คุณรู้หรือไม่ว่า ผิวบริเวณหลังใบหูของคุณซึ่งได้รับการปกป้องจากแสงแดดและมลภาวะ จะดูอ่อนเยาว์กว่าผิวส่วนอื่นๆ บนใบหน้าถึง 10 ปี เพราะฉะนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดประสิทธิภาพสูงเป็นประจำทุกวันจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง หรือคุณคิดว่าอย่างไรล่ะ?